September 11th, 2005
ตอนนี้ได้รู้จักกันแล้วก็จะมาเล่าเรื่องที่ผมเพิ่งจะไปกระบี่มาแล้วกัน ผมไปจังหวัดกระบี่กับคุณแม่มา พอดีคุณแม่ต้องไปสัมมนาผมก็เลยติดไปเป็นเพื่อน อีกอย่างผมก็ไม่ได้เที่ยวเมืองไทยมานานแล้ว
วันแรก
พอไปถึงผมก็เข้าห้อง ส่วนคุณแม่ก็เข้าสัมมนา นั่งๆนอนๆไปได้สักพักก็เริ่มเบื่อ เลยเดินออกมาถ่ายรูปเล่นแถวๆที่พัก แล้วก็ได้รูปนี้มา
หลังจากนั้นพออากาศเริ่มร้อนผมก็เดินกลับไปที่ห้อง ไปนอนอ่านหนังสือ Dune : The Battle of Corrin ที่ค้างอ่านมานานมากจนจบ ตอนกลางวันก็ไปทานอาหารกับคุณแม่กับคนอื่นๆที่เข้าร่วมสัมมนา แล้วก็มีคนทักว่าหน้าผมเด็กมาก ไม่มีใครเชื่อว่าผมอายุเกิน ๒๐ นี่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่
พอตกเย็นก็ไปทานอาหารทะเลแถวๆอ่าวนาง 
ทานข้าวเสร็จก็ไปเดินเล่นแถวอ่าวนางสักพัก พอย่อยอาหารจนได้ที่แล้วก็กลับที่พัก
วันที่สอง
วันนี้เป็นวันที่ตัดสินว่าอีกหนึ่งวันครึ่งที่เหลือจะได้ทำอะไรบ้าง หลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว ผม คุณแม่ กับ พี่ที่ทำงานที่เดียวกับคุณแม่ ออกไปทานขนมจีน เป็นขนมจีนที่แปลกเพราะเป็นขนมจีนน้ำยากับไก่ทอดที่ร้านโกจ้อยที่อ.เหนือคลอง นั่นเป็นหนึ่งในขนมจีนที่ผมคิดว่าอร่อยมาก
หลังจากทานเสร็จคุณแม่ก็ต้องเข้าสัมมนาต่อ ผมก็กลับห้องไปอ่านหนังสือเที่ยวกระบี่ของนายรอบรู้เพื่อหาที่เที่ยว แต่ในระหว่างนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ผมต้องลุกไปเข้าห้องน้ำถึง ๓ ครั้งใน ๓ ชั่วโมง ตอนแรกก็ไม่ได้คิดมากเพราะปกติก็เป็นคนที่ขับถ่ายดีอยู่แล้ว และก็ไม่ได้ปวดท้องอะไรด้วย พอเที่ยงก็ออกไปทานข้าวที่ร้านหนึ่งที่หนังสือแนะนำ ตอนนั้นเองที่เราเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นมา พอทานเสร็จเลยกลับมาพักที่ห้อง ตอนนั้นก็ยังคิดอยู่ว่านอนสักพักคงจะดีขึ้น อีกเดี๋ยวก็ไปเที่ยวได้แล้ว ปรากฎว่าบ่ายนั้นทั้งบ่ายไม่ได้ออกไปไหนเลย เข้าห้องน้ำไปกี่รอบก็จำไม่ได้ แถมยังอาเจียนออกมาอีก เหนื่อยมากๆ ตอนเย็นก็ต้องทานข้าวต้มใส่เกลือที่โรงแรมน่ะแหละ คืนนั้นก็เริ่มดีขึ้นนิดหน่อยแต่ก็ยังเพลียๆอยู่
วันที่สาม
วันนี้ก็ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพราะต้องไปเข้าห้องน้ำ เมื่อคืนก็ได้มานั่งคิดว่ากินอะไรเข้าไปถึงได้แย่ขนาดนั้น จะเป็นที่ขนมจีนก็ไม่น่าใช่เพราะมันไม่น่าจะเร็วขนาดนั้น นึกไปนึกมาก็จำได้ว่าคืนก่อนสั่งน้ำส้มคั้นขึ้นมาทานก่อนนอน ดูเหมือนว่ามันจะไม่สดเท่าที่ควร แต่ก็ยังทานไปอีก แล้วมันก็เป็นอย่างเดียวที่ผมทานแล้วคนอื่นไม่ได้ทาน
พอสายๆก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นเยอะ เลยตัดสินใจออกไปข้างนอก เพื่อที่จะมาเล่าให้คนอื่นฟังได้ว่าได้ไปกระบี่ ก่อนกลับก็ไปเดินเล่นที่หาดนพรัตน์ ไปดูสุสานหอย แล้วก็บึ่งรถกลับไปที่สนามบินเพื่อที่จะเอารถเช่าไปคืน
กลายเป็นว่าทริปนี้เหนื่อยมากแต่ไม่ได้เหนื่อยเพราะเที่ยว!?
สิ่งที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้คงเป็นที่คนแถวนั้น ที่ว่า “กระบี่เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก” นี้เห็นจะเป็นเรื่องจริง เดินไปไหนมาไหนผู้คนก็ยิ้มให้ ถามอะไรเขาก็ตอบอย่างเต็มใจ ถ้าเจอคนที่ได้พบกันแล้วอีก เค้าก็จะถามว่าเป็นไงบ้างเที่ยวมาสนุกมั้ย แตกต่างกับบรรยากาศในเมืองลิบลับ อยากจะฝากว่าบางทีคนกรุงอย่างเราๆก็น่าจะผ่อนคลายบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการมีน้ำใจให้กัน ให้อภัยกันหรือยิ้มให้กัน พูดกันดีๆไม่ใช่ทำหน้าเหมือนว่าเราเพิ่งจะไปลบหลู่บุพการีเค้ามาเวลาเราถามอะไร ผมคิดว่าถ้าพวกเราทำได้ ชีวิตเมืองกรุงก็จะน่าอยู่ขึ้นเยอะครับ
จนกว่าจะได้เขียนใหม่…

September 11th, 2005 at 12:46 am
ไม่มีรูปสุสานหอยเลยเหรอคะ…? น่าเสียดายจัง… อยากดูรูปตรงนั้นแท้ๆ… (แต่ชื่อเป็น “สุสาน” แบบนี้ก็น่ากลัวนิดๆเนอะ…)
ชอบรูปทั้งสองรูปของออยล์จังเลย… แต่อันที่สองให้ความรู้สึกเหงาๆยังไงก็ไม่รู้… (ก็แหมๆๆๆ เราไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยนิ… ;)) อยากเห็นรูปมากกว่านี้จังเลย… ไว้เอามาให้ดูหน่อยนะ
สรุปแล้วเราสองคนก็มามีปัญหากับน้ำผลไม้ทั้งคู่เลย… ของออยล์น้ำส้ม ของเราน้ำมะพร้าว… โชคร้ายทั้งคู่นิ (แต่อืมมม เหมือนกับเราทำให้ออยล์อาหารเป็นพิษตามยังไงก็ไม่รู้เลยนะเนี่ย… ^^%)
กลับมาแล้วก็พักผ่อนให้หายเหนื่อยไวๆนะคะ
แต่ถึงจะไปเที่ยวๆแล้วเหนื่อยอย่างงี้ ไงๆได้ไปกับคุณแม่ก็คงยังจะเป็นทริปที่ดีใช่มั้ย?
หลังจากอาทิตย์นี้ไปก็ไม่มีใครมาง๊องแง๊งชวนออยล์ออกไปข้างนอกเท่าไหร่… ไม่นานก็คงหายเหนื่อยเนอะ…? ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆด้วยละกันนะ
จนกว่าจะได้มาอ่านใหม่…